กีฬาแบดมินตัน (Badminton) พัฒนาสู่นักกีฬามืออาชีพ

กีฬาแบดมินตัน
กีฬาแบดมินตัน

นี่คือกีฬาที่คนไทยสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทั้งด้านรูปร่างและพละกำลังมากจนเกินไป

กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก มีการแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติมากมาย แบดมินตัน เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกที่ใช้ในการเล่นและแข่งขันกีฬาแบดมินตันเรียกว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬาชนิดนี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ด ที่คัดสรรคุณภาพทั้งขนาดและน้ำหนัก หัวลูกขนไก่เป็นทรงกลมด้านท้ายทำด้วยไม้คอร์ก

กีฬาแบดมินตันจะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 ประเภท คือ “ประเภทเดี่ยว” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 1 คน และ “ประเภทคู่” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 2 คน การเล่นรอบหนึ่งเรียกว่า 1 นัด นัดละ 3 เกม (บางคนเรียกเซต) ตัดสินแพ้ชนะ 2 ใน 3 เกม มีกำหนดคะแนนสูงสุด 21 คะแนน ฝ่ายใดทำคะแนนได้ถึง 21 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น

ประวัติกีฬาแบดมินตัน

กีฬาแบดมินตันมีหลักฐานความเป็นมาที่ชัดเจน ซึ่งจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาแบดมินตันไว้หลายยุคหลายสมัย เช่น ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน

คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน

คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่าง ๆ
พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก
เจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มงกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก ทรงแบดมินตันในลักษณะเดียวกัน แต่ในตอนนั้นเรียกแบดมินตันว่า “แบตเทิลดอร์กับลูกขนไก่”

คริสต์ศตวรรษที่ 18 ในเยอรมนีกษัตริย์ของปรัสเซียเฟรดเดอริคมหาราช และพระเจ้าหลานเธอเฟรดเดอริค วิลเลียมที่สอง ทรงแบดมินตันในลักษณะเดียวกัน และ

ปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) ที่ประเทศอังกฤษ นายทหารคนหนึ่งที่ไปประจำการที่เมืองปูนา ประเทศอินเดีย (เมืองเล็กๆ ห่างจากเมืองบอมเปย์ประมาณ 50 ไมล์) ได้เห็นการเล่นไม้ตีกับลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป หรือกีฬาตีลูกขนไก่ ในระยะแรกๆ การเล่นจะเล่นกันเพียงแต่ในหมู่นายทหารของกองทัพอังกฤษ และสมาชิกชนชั้นสูงของอินเดีย จนกระทั่งนายทหารอังกฤษที่ไปประจำการที่เมืองปูนา จึงนำกลับไปเล่นในอังกฤษ ณ คฤหาสน์ แบดมินตัน ของดยุคแห่งบิวฟอร์ด ที่กล๊อสเตอร์เชอร์ ในปี พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) เกมกีฬาตีลูกขนไก่จึงถูกเรียกว่า “แบดมินตัน” ตามชื่อของสถานที่นับตั้งแต่นั้นมา

ประวัติผู้ริเริ่มกีฬาแบดมินตัน

จอห์น ลอเรน บอลด์วิน ผู้ริเริ่มกีฬาแบดมินตันขึ้นเป็นครั้งแรกโดยจัดการเล่นที่ คฤหาสน์แบดมินตัน (Badminton House) ในปราสาทของท่านดยุค แห่งบิวฟอร์ด ในกลอสเตอร์ชาร์ ประเทศอังกฤษ บอลด์วินมีความคิดริเริ่มเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ว่ากันประมาณ 60 ปีกว่าของคริสต์ศตวรรษที่แล้ว

บอลด์วิน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2352 ได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เขาสนใจกีฬาคริกเกต และละครมาก เขามีความชำนาญในกีฬาหลายชนิด และได้ก่อตั้งสโมสรในกรุงลอนดอน (London) หลายแห่งจนได้ชื่อว่า “ราชาสโมสร” ได้มีนิตยสารฉบับหนึ่งชื่อ “แวนิตี้แฟร์” ได้กล่าวว่า “เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษทีเดียวที่ชื่อเสียงของเขายิ่งใหญ่ในวงการสังคม สโมสร ซึ่งทุกคนเชื่อฟังโดยความเคารพ และเขาเก่งไม่มีใครเท่าเทียมได้ ในการสร้างข้อบังคับ และเป็นผู้ชี้ขาดเกี่ยวกับปัญหาทั่วไป และกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูลต่างๆจากลักษณะดังกล่าวนี้ เราจะคิดไม่ได้หรือว่า เขาเป็นผู้วางกฎข้อบังคับกีฬาแบดมินตันขึ้นเป็นครั้งแรกสุดถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม” แวนิตี้แฟร์ บอกให้ทราบว่า “เขาเป็นสหายคนสำคัญของ ท่านดยุคแห่งบิวฟอร์ด” ชีวิตในระยะหลังบอลด์วินได้ไปอาศัยอยู่ใกล้ๆกับวิหาร Tintern Abbey ห่างจากคฤหาสน์แบดมินตันไปทางตะวันตกประมาณ 32 กิโลเมตร เมื่ออยู่ที่นั่นเขาได้รับขนานนามว่า ท่านบิดาแห่งทินเทิน ขณะนั้นเขาแก่ลงมาก ความชราก็ไม่ได้ทำให้เขาลดหย่อนงานอันเป็นที่รักเลยแม้แต่น้อย

กีฬาแบดมินตันในประเทศไทย

กีฬาแบดมินตัน เป็นหนึ่งในกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ทั้งยังทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกลว่า “นี่คือกีฬาที่คนไทยสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทั้งด้านรูปร่างและพละกำลังมากจนเกินไป” โดยในปี พ.ศ.2493 พระองค์พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย โดยทรงสนับสนุนกีฬาแบดมินตันในประเทศไทยทางด้านการเงินและคำชี้แนะ จนทำให้ประเทศไทยสามารถสร้างนักกีฬาแบดมินตันขึ้นมาอยู่ระดับแถวหน้าของโลกได้หลายคน ในยามที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ พระองค์จะทรงกีฬาแบดมินตันกับข้าราชบริพาร ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน อดีตนักกีฬาและอดีตนายกสมาคมแบดมินตันทีมชาติไทยเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวนี้ได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นนักกีฬาคนแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานทุนส่วนพระองค์ให้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ รวมทั้งได้ถวายทรงกีฬาแบดมินตันเป็นการส่วนพระองค์อีกด้วย

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (Badminton Association of Thailand) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม พัฒนา และเผยแพร่กีฬาแบดมินตันในประเทศไทย สมาคมฯ จัดการแข่งขันแบดมินตันระดับต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ สมาคมฯ สนับสนุนนักกีฬาแบดมินตันไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ สมาคมฯ ยังได้จัดอบรมผู้ฝึกสอนแบดมินตันและเจ้าหน้าที่แบดมินตัน สมาคมฯ ยังได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันผ่านสื่อต่างๆ

กฎ กติกา มรรยาท การเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

การเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

การเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตันมีการแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

  1. ประเภทชายเดี่ยว กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน
  2. ประเภทหญิงเดี่ยว กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน
  3. ประเภทชายคู่ กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน
  4. ประเภทหญิงคู่ กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน
  5. ประเภทคู่ผสม (ชาย – หญิง) กำหนดการเล่นไว้เกมละ 21 คะแนน

หมายเหตุ: ประเภทเดี่ยวจะมีผู้เล่นข้างละ 1 คน และประเภทคู่จะมีผู้เล่นข้าง 2 คน

เกร็ดอื่น ๆ สำหรับกีฬาแบดมินตันประเภท 3 คน มีเพียงประเทศไทยแห่งเดียวในโลกที่เคยมีเกมการแข่งขัน และนิยมเล่นในประเภทนี้

ประโยชน์ของกีฬาแบดมินตัน

แบดมินตันก็เช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่นๆที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้เล่น ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้

  • ทำให้มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
  • ทำให้มีสายตาและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วว่องไว
  • ทำให้เป็นผู้ที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าได้
  • ทำให้เป็นผู้ที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วทันเวลา
  • ทำให้รู้จักแบ่งหน้าที่และรักษาหน้าที่ มีการร่วมมือกับผู้อื่นได้ดี
  • สามารถเข้ากับคนอื่นได้ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
  • ทำให้เป็นผู้ที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะและรู้จักให้อภัย
  • ทำให้เป็นผู้ที่รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

มารยาทในการเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาที่มีผู้นิยมเล่นกันมากชนิดหนึ่ง เมื่อมีการแข่งขันจะมีผู้ชมเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นผู้เล่นควรจะแสดงกิริยาท่าทางที่สุภาพ ไม่แสดงออกในท่าที่ไม่ดี ควรมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย รวมทั้งผู้ชมกีฬาแบดมินตันก็ต้องมีมารยาทเช่นกันไม่ควรทำอะไรที่เป็นการรบกวนสมาธิของนักกีฬาขณะทำการแข่งขัน สำหรับการเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตันมีมารยาทและสิ่งที่จะต้องประพฤติปฏิบัติอยู่หลายประการ

มรรยาทผู้ชมการแข่งขันแบดมินตัน
  • แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย เป็นการให้เกียรติแก่การแข่งขันนั้นๆ
  • ให้เกียรติแก่นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยการปรบมือเมื่อมีการแนะนำคู่แข่งขัน
  • ไม่กล่าววาจาที่ไม่สุภาพ และไม่เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนไม่น่าดู
  • ขณะการแข่งขันยังดำเนินอยู่ไม่ควรรบกวนสมาธิของผู้แข่งขันหรือ ผู้ชมด้วยกัน เช่น การลุกเดินไปมาหรือตะโกนบอกลูกดีหรือลูกออก รวมทั้งการสอนผู้เล่นด้วย
  • การนิ่งเงียบ ในขณะที่นักกีฬากำลังเล่นถือเป็นมารยาทที่ดีของผู้ชม
  • ควรปรบมือเมื่อผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเล่นได้ดี สวยงาม และกระทำเมื่อลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น
  • ไม่แสดงออกด้วยกิริยาหรือวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของกรรมการขณะทำการแข่งขัน แม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดอย่างไร ก็ควรให้อภัยและยอมรับ
  • เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ควรปรบมือเป็นเกียรติแก่คู่แข่งขันทั้ง 2 ฝ่าย

วิธีการเล่นแบดมินตันและการแข่งขัน

มีวิธีเล่นแบดมินตัน จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 ประเภท คือ “ประเภทเดี่ยว” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 1 คน “ประเภททีม” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 2 คน

วิธีการนับคะแนนการแข่งขันแบดมินตัน

  1. ผู้แข่งขันต้องชนะให้ได้มากที่สุดใน 3 เกม
  2. ทุกประเภทของการแข่งขัน ฝ่ายที่ได้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ยกเว้นเมื่อได้ 20 คะแนนเท่ากันต้องนับต่อให้มีคะแนนห่างกัน 2 คะแนน ฝ่ายใดได้คะแนนนำ 2 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ แต่ไม่เกิน 30 คะแนน หมายความว่าหากการเล่นดำเนินมาจนถึง 29 คะแนนเท่ากัน ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผู้ชนะ
  3. ฝ่ายชนะเป็นฝ่ายส่งลูกต่อในเกม1. แมทช์ต่อไป
  4. ฝ่ายชนะการเสี่ยงสิทธิ์เป็นฝ่ายส่งลูกได้ก่อน หากฝ่ายตรงข้ามทำลูก “เสีย” หรือลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น ผู้เลือกส่งลูกก่อนจะได้คะแนนนำ 1-0 และได้ส่งลูกต่อ แต่หากผู้ส่งลูกทำลูก “เสีย” หรือลูกไม่อยู่ในการเล่น ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนตามมาทันทีเป็น 1-1 และฝ่ายตรงข้ามจะได้สิทธิ์ส่งลูกแทน ดำเนินเช่นนี้ต่อไปจนจบเกม
  5. ประเภทคู่ให้ส่งลูกฝ่ายละ 1 ครั้ง ตามคะแนนที่ได้ ขณะที่เปลี่ยนฝ่ายส่งลูก หากคะแนนเป็นจำนวนคี่ ผู้อยู่คอร์ดด้านซ้ายเป็นผู้ส่งลูก หากคะแนนเป็นจำนวนคู่ผู้อยู่คอร์ดด้านขวาเป็นฝ่ายส่งลูก

การเสิร์ฟลูก

  1. เมื่อเริ่มเกมให้ฝ่ายที่เสิร์ฟ์และฝ่ายตรงข้าม ให้ยืนสนามส่งลูกด้านขวา และเมื่อคะแนนของฝ่ายเสิร์ฟเป็นเลขคี่ให้เสิร์ฟด้านซ้าย ถ้าคะแนนของฝ่ายเสิร์ฟเป็นเลขคู่ให้เสิร์ฟขวา
  2. ทุกเส้นออกแตกต่างกันในส่วนของลูก จะต้องอยู่ต่ำกว่าเอวของผู้ส่งขณะที่แร็กเกตสัมผัสลูก ส่วนเอวนั้นจะพิจารณาโดยการจินตนาการจากเส้นรอบลำตัวที่ระดับซี่โครงซี่สุดท้ายของผู้ส่งลูก
  3. สำหรับการทดลองความสูงคงที่ ทุกส่วนของลูกขนไก่ขณะที่แร็กเกตสัมผัสลูกจะต้องสูงไม่เกิน 1.10 เมตร นับจากพื้นสนามขึ้นมา
  4. ผู้เล่นต้องไม่ถ่วงเวลา หรือเสิร์ฟช้า หรือเสิร์ฟ 2 จังหวะ การเสริฟ ต้องเสิร์ฟไปด้วยจังหวะเดียว
  5. ขณะเสิร์ฟ ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าทั้ง 2 ข้างต้องสัมผัสพื้นตลอดเวลา
  6. การเสิร์ฟลูกที่ถูกต้อง ต้องให้แร็กเก็ตสัมผัสกับหัวลูกก่อน หากโดนขนก่อนถือว่าผิดกติกา
    • ขณะตีลูกโต้กัน ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือไม้แบดไปสัมผัสกับเน็ท
    • ห้ามตีลูกที่ฝั่งตรงข้ามโต้กลับมาในขณะที่ลูกยังไม่ข้ามเน็ทมายังแดนเรา (Over net)

การดิวส์

หากผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้เท่ากันในคะแนนที่ 20 จะมีการเล่นต่อ จนกว่าว่าจะมีคะแนนมากกว่าฝ่ายตรงข้าม 2 คะแนน แต่ถ้ายังไม่สามารถทำคะแนนห่างกัน 2 แต้มได้ จะเล่นต่อไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อแต้มได้ 29 เท่ากัน ใครที่ทำได้แต้ม 30 ก่อนก็จะเป็นฝ่ายชนะทันที

อุปกรณ์การเล่นและการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

ไม้แบดมินตัน (ไม้แร็กเกต)

ไม้แบดมินตัน (ไม้แร็กเกต)มีหลายประเภท เช่น ไม้ล้วน ๆ ไม้ผสมโลหะ และโลหะล้วน ๆ มีขนาดและน้ำหนักไม่เท่ากันแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ไม้แร็กเกตที่ดีต้องขึงเอ็นตึง ไม้ไม่บิดเบี้ยว เมื่อเอามือกดเอ็นไม่หย่อน หรือในการตรวจสอบดูว่า เอ็นตึงหรือไม่ โดยใช้เอ็นตีฝ่ามือ ฟังเสียงเอ็นนั้น หรือใช้หลังเล็บกรีดเอ็นจากล่างขึ้นบนแล้วฟังเสียงเอ็นนั้น เสียงสูงย่อมหมายถึงตึงมาก แสดงว่าขึงเอ็นตึงดีแล้ว จากการวิจัยและทดสอบมีข้อยืนยันเกี่ยวกับชนิดของเอ็นที่ใช้ขึงแร็กเกตว่า ขนาดของเอ็นเส้นเล็ก จะมีแรงสปริงดีกว่าเอ็นเส้นใหญ่

ไม้แร็กเกตแบดมินตันมีน้ำหนักเบาประมาณ 4 – 5.5 ออนซ์ โดยปกติความยาวของไม้แร็กเกตแบดมินตันจะมีความยาวประมาณ 26 นิ้วฟุต และเป็นอุปกรณ์ที่มีความละเอียดอ่อน การเลือกไม้แร็กเกตแบดมินตันจึงควรทำด้วยความรอบรู้เพื่อประหยัดทั้งทรัพย์ และสูงด้วยประสิทธิภาพที่จะนำไปใช้ ไม้แร็กเกตที่มีน้ำหนักมากจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มแรงเหวี่ยงขณะตีลูก แต่มีข้อเสียที่ทำให้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร ความสำคัญของการเลือกไม้แร็กเกตแบดมินตัน ขึ้นอยู่กับความสมดุลของน้ำหนักถ่วงระหว่างหัวไม้ กับปลายไม้มากกว่าสิ่งอื่น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกไม้แร็กเกตนี้คือ “ความรู้สึกขณะสัมผัส หมายถึง ขณะจับไม้ขึ้นอยู่กับขนาดของด้านจับ และแรงกระจายน้ำหนักของไม้ หัวไม้จะหนักหรือเบาขึ้นอยู่กับการถือไม้ของผู้เล่น แร็กเกตบางอันมีน้ำหนักเฉลี่ยสมดุลกันทั้งด้านหัวและด้ามจับ วิธีการเลือกไม้แร็กเกตควรจะเลือกหลาย ๆ ชนิด จนกว่าจะพบหน้าไม้มีความสมดุลและถือได้สบาย ผู้เล่นสามารถควบคุมหน้าไม้และเพิ่มพลังในการตีลูกได้ด้วย

สหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ มิได้ตราข้อกำหนดสำหรับเรื่องน้ำหนักหรือขนาดของไม้แร็กเกตแต่อย่างใด คงปล่อยให้บริษัทผู้ผลิตไม้แร็กเกตกำหนดและออกแบบรูปร่าง น้ำหนักและขนาดของไม้แร็กเกตตามรสนิยมของนักแบดมินตันโดยทั่วไป

ลูกขนไก่

ลูกขนไก่เป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งที่ทำขึ้น อย่างละเอียดอ่อน คุณภาพของลูกขนไก่มีความสำคัญมาก เพราะหากนำลูกขนไก่ที่ด้อยคุณภาพมาใช้ในการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน อาจเป็นผลทำให้การฝึกซ้อมหรือแข่งขันไม่ประสบผลเท่าที่ควร

สหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ได้กำหนดให้ลูกขนไก่ที่ใช้ในการแข่งขัน อาจจะทำด้วยวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุสังเคราะห์ก็ได้ แต่ต้องมีวิถีการวิ่งเหมือนวัสดุธรรมชาติมีหัวเป็นไม้คอร์กเป็นฐาน ห่อหุ้มด้วยหนังบาง มีขน 16 ขน ปักบนฐานบนเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ถึง 1 เศษหนึ่งส่วนแปดนิ้ว ความยาวของขน 2 นิ้วครึ่ง ถึง 2 นิ้วเศษสามส่วนสี่นิ้ว โดยตอนปลายของขนแผ่เป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เศษหนึ่งส่วนสี่นิ้ว ถึง 2 เศษห้าส่วนแปดนิ้ว มีด้ายมัดติดกันจนแน่น มีน้ำหนักตั้งแต่ 4.74 กรัม ถึง 5.50 กรัม

สนามแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

สนามแบดมินตันจัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เนื่องจากกีฬาแบดมินตันได้วิวัฒนาการจากกีฬาที่นิยมเล่นกลางแจ้ง แต่เดิมสนามแบดมินตันเคยใช้สนามหญ้าหรือสนามดิน หรือปูนซีเมนต์มาสู่ความเป็นมาตรฐานที่อยู่ในร่ม ตามประวัติสนามที่เป็นมาตรฐานในร่มแห่งแรกได้ริเริ่มสร้างที่สโมสรยูนิตี้ โดยคุณหลวงธรรมนูญวุฒิกร หรือนายประวัติ ปัตตพงษ์ ซึ่งท่านได้รับการยกย่องจากวงการแบดมินตันว่าเป็น บิดาแห่งวงการแบดมินตันไทย ท่านมีเป้าหมายเพื่อฝึกผู้เล่นให้เคยชินกับสภาพในร่ม ในระยะแรก ๆ นั้น สนามแบดมินตันในร่มนิยมทำด้วยปูนซีเมนต์ทาสี หรือวัสดุที่ทำให้เกิดความฝืด ต่อมาพัฒนาปรับปรุงเป็นพื้นไม้ปาร์เกต์ที่มีความสวยงามยืดหยุ่น และมีความฝืดพอสมควร ซึ่งพบเห็นมากในปัจจุบันนี้ ในทางตรงกันข้ามต่างประเทศกลับพัฒนาแบดมินตันในร่มไปเป็นพื้นที่เป็นยางผสม พลาสติก ซึ่งมีความฝืดมากกว่าสนามที่ปูด้วยไม้ปาร์เกต์เสียอีก ทำให้นักกีฬาไทย พบกับปัญหาในการแข่งขันในต่างประเทศ และความแตกต่างของพื้นสนามชนิดนี้ทำให้มีการสั่งซื้อมาใช้ในประเทศอยู่หลาย แห่งจนปัจจุบันนักกีฬา มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับสนามในประเภทนี้

เสา

เสาแบดมินตันจะต้องมีความสูง 5 ฟุต 1 นิ้ว จากพื้นสนาม เสาจะต้องมีความมั่นคง พอที่จะรักษาตาข่ายให้ขึงตึงอยู่ได้และจะต้องตั้งอยู่บนเส้นเขตข้างสนาม ในกรณีที่ปฏิบัติดังกล่าวไม่ได้ จะต้องใช้วิธีหนึ่งแสดงให้เห็นว่าเส้นเขตข้างอยู่ใต้ตาข่าย ตรงจุดใดก็ได้ เช่น เสายาว ๆ หรือหาวัตถุอย่างหนึ่งกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 นิ้วฟุต ไว้ที่เส้นเขตข้างให้ตั้งชี้ขึ้นมา ที่ตาข่ายถ้าใช้วิธีนี้กับสนามเล่นประเภทคู่ เสายาว ๆ นี้ต้องปักที่เส้นเขตข้างของสนาม ส่วนสนามการเล่นประเภทเดี่ยว ก็ปักไว้ที่เส้นเขตข้างของสนามเหมือนกัน

ตาข่าย

ตาข่ายจะต้องทำด้วยดายเส้นละเอียดสีเข้มและมี ขนาดตาเท่า ๆ กัน มีตากว้างยาว 5 ส่วน 8 ฟุต ตาข่ายต้องขึงให้ตึงจากเสาต้นหนึ่งถึงอีกต้นหนึ่ง ตาข่ายต้องกว้าง 2 ฟุต 6 นิ้ว ส่วนบนของตาข่ายต้องอยู่ห่างจากจุดกึ่งกลางสนาม 5 ฟุต และเสาต้องอยู่ห่างจากพื้นสนาม 5 ฟุต 1 นิ้ว ตอนบนของตาข่ายติดแถบสีขาว พับสองขนาดกว้าง 3 นิ้ว มีเชือกหรือเส้นลวดตลอดแถบผ้าขาวนี้และขึงตึงอยู่ระดับกับหัวเสาทั้ง 2 ข้าง

ความแตกต่างของตาข่ายที่ขึงด้วยเชือก กับเส้นลวดนั้นอยู่ที่การสะบัดของลูกขนไก่ ถ้าเป็นเชือก เมื่อลูกขนไก่กระทบถูกขอบบนสุดของตาข่ายจะมีโอกาสสะบัดพลิกตาข่าย แต่ถ้าเป็นการขึงด้วยเส้นลวดนั้นความยืดหยุ่นมีน้อย ดังนั้นเมื่อชนกับลูกขนไก่ที่เกิดจากแรงตีจะไม่ค่อยมีโอกาสพลิก ซึ่งปัจจุบันสนามที่เป็นมาตรฐานนิยมขึงด้วยลวดสลิงเป็นส่วนมาก และตาข่ายในบางสถานที่นิยใช้เส้นด้ายคู่ ซึ่งมีสภาพทนทานกว่าและไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร

เกมส์การแข่งขันกีฬาแบดมินตัน

  • แบดมินตันชิงแชมป์โลก
  • แบดมินตัน ประเภททีมชายและทีมหญิงชิงแชมป์โลก (โธมัสคัพ และ ยูเบอร์คัพ)
  • แบดมินตัน ประเภททีมผสมชิงแชมป์โลก (ซูดีร์มันคัพ)
  • กีฬาแบดมินตันในโอลิมปิก
  • แบดมินตันชิงแชมป์ทวีปเอเชีย (Asia Championships)
  • แบดมินตันใน เอเชียนเกมส์
  • แบดมินตันใน ซีเกมส์
  • แบดมินตันซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์
  • แบดมินตันซูเปอร์ซีรีส์ไฟนอลส์
  • แบดมินตันซูเปอร์ซีรีส์กรังด์ปรีซ์ โกลด์


*ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, แบบเรียนแบดมินตัน, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย